เปิดวอร์ศึกโซเชียลเลือกตั้ง Earned Media 62 ระอุแน่!!!

โดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี

เมื่อ 21st December 2018

18

นับจากปี 2554 เป็นต้นมาประเทศไทยก็เว้นว่างจากการเลือกตั้งจวบจนเข้าสู่ 8 ปี ในช่วงปี 2562 พอดิบพอดี
สถิติ จาก We Are Social” ดิจิทัลเอเยนซี่ และ “Hootsuite” ผู้ให้บริการระบบจัดการ Social Media และ Marketing Solutions ที่รวมสถิติการใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากร 69.11 ล้านคน (53% อยู่ในเขตเมือง) แบ่งเป็นประชากรผู้หญิง 51.3% – ผู้ชาย 48.7% รายได้ต่อหัวประชากรไทย โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16,946 ดอลลาร์สหรัฐต่อคนต่อปี อัตราการรู้หนังสือของประชากรไทย คิดเป็นสัดส่วน 97% ของประชากรทั้งประเทศ มีผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต 57 ล้านคน มีผู้ใช้งาน Social Media มากถึง 51 ล้านคน มีผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือ สูงถึง 93.61 ล้านเลขหมาย มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศ ในจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมด มีผู้ใช้ Social Media เป็นประจำผ่าน Smart Device 46 ล้านคน
และตอกย้ำด้วยข้อมูลที่ว่า คนไทย ใช้เวลาเข้าอินเทอร์เน็ตต่อวันมากที่สุดในโลก โดยมีกรุงเทพมหานครยังคงครองแชมป์เมืองที่มีผู้ใช้ Facebook มากสุดในโลกต่อเนื่อง !!!!

แน่นอนว่า ในอดีตการส่งต่อความคิด ความเชื่อในเชิงอุดมการณ์ ของนักการเมือง พรรคการเมือง ผู้นำรัฐบาลสู่ประชาชนเป็นเพียงรูปแบบการสื่อสารทางเดียว โดยเน้นการสื่อสารเชิงเผยแพร่ ความรู้ความเข้าใจในเชิงประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ (Awareness) และปฏิบัติตาม เพียงเท่านั้น
หากแต่เวลาเปลี่ยนไป บริบทการสื่อสารเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิง ปัญญาของฝูงชนได้แตกรังราวฝูงผึ้ง กลายเป็นความรู้ที่ส่งต่อ โต้ตอบ และตีกลับ ในรูปแบบ Crowdsourcing เรียกว่าเป็นปรากฎการณ์การใช้พลังความคิดของกลุ่มคนจากวัฒนธรรมชุมชนที่แยกย่อย ลงลึกเกินกว่าที่แผนประชาสัมพันธ์สื่อสารทางเดียวในรูปแบบสื่อดั้งเดิมจะทะลุทะลวงจิตใจผู้คนไปถึงด้วยวิธีการประกาศย้ำ คำเดิมๆ เช่นเคย
วันนี้ผู้คนร่วมแสดงความเห็นในพื้นที่สาธารณะ ออกไอเดียในการแก้ปัญหา และต่อต้านพฤติกรรมของผู้ที่ฉ้อฉล โดยร่วมกันแสดงความเห็นพ้องหรือต่อต้านต่อผู้กำหนดนโยบายประเทศที่ต้องพึงรับฟัง และยังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้หลายต่อหลายครั้ง
การเลือกตั้งหนนี้ จึงเป็นปรากฎการณ์ของฝูงผึ้งทางความคิดที่น่าสนใจเกินคาดเดา !!!

จับตากรณีที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้ มีการกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงในการเลือกตั้ง สส. และร่างระเบียบ กกต.ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. สำหรับสาระสำคัญของร่างระเบียบทั้งสองฉบับ อาทิ ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครแบบแบ่งเขตคนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ส่วนค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองคิดจากจำนวนการส่งผู้สมัคร 1-50 คน ไม่เกิน 10 ล้านบาท 51-100คน ไม่เกิน 20 ล้านบาท 101-150 คน ไม่เกิน 30 ล้านบาท 201-250 คน ไม่เกิน 50 ล้านบาท 251-300 คน ไม่เกิน 60 ล้านบาท และ 301-350 คน ไม่เกิน 70 ล้านบาท
ที่น่าสนใจคือระเบียบการโฆษณาหาเสียงทางอิเล็กทรอนิกส์ หัวหน้าพรรคต้องยื่นความประสงค์ต่อ กกต.ก่อน ไม่แจ้งถือว่าสละสิทธิ์และใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์หาเสียงของพรรคได้จนถึงเวลา 18.00 น. ก่อนวันเลือกตั้ง 1 วัน เท่านั้น
ตัวเลขกลมๆ ที่สส.จะหาเสียงสส.เขตคือไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคน และพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครเต็มครบทุกพื้นที่ 350 เขต จะใช้งบประมาณ ได้ไม่เกิน 70 ล้านบาท อาจดูเป็นการผูกมัดต่อเงื่อนไขแพ้ชนะ!!!

หากแต่ว่า....ในทางทฤษฎี Digital Marketing แล้ว ประเภทของสื่อมีอยู่ 3 แบบ แบบแรกเราเรียกว่า Paid Media คือ สื่อโฆษณาที่จ่ายเงินเพื่อโปรโมทเข้าถึงผู้คนกลุ่มเป้าหมายเพื่อนำคนเหล่านี้มายัง Owned Media ได้แก่ เว็บไซต์ หรือ Facebook ของนักการเมือง หรือพรรคการเมืองนั้นๆ เอง และที่สุดแล้วสิ่งที่นักการตลาดมุ่งหวังและต้องการสูงสุด และเรียกว่าเป็นความคุ้มค่าที่สุดในการใช้เม็ดเงินหาเสียง คือการได้รับการยอมรับด้วย Earned Media ซึ่งหมายถึงผลตอบรับจากการบอกต่อเนื้อหา ความน่าสนใจของการทำแคมเปญทางการเมืองนั้นๆไม่ว่าจะเป็นการ แสดงความเห็น (Comment) การส่งต่อ ( Share) โพสต์เนื้อหา หรือ retweet รวมไปถึงการส่งข้อความไปทาง Line ที่ทำให้ผู้คนได้รับรู้ให้มากที่สุดนั่นเอง

Earned Media เป็นพลังของสื่อที่นักการเมือง พรรคการเมืองไม่ต้องเสียเงินซื้อ ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณใดๆ แต่จะเกิดขึ้นเมื่อลูกค้าหรือประชาชนผู้บริโภคเชื่อมั่นและพูดถึงสินค้านั้นๆ จนกระทั่งกลายเป็นการบอกต่อเกี่ยวกับแบรนด์หรือพรรคการเมือง นักการเมือง รวมถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง เป็นการตลาดแบบปากต่อปาก ( Word of Mouth) ซึ่งถือเป็นการตลาดออนไลน์ที่ดีที่สุด
โอกาสของเทคโนโลยีที่ท้าทายสมรภูมิการเลือกตั้งหนนี้ คือ สถิติเดียวกันระบุว่าวันนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้เวลาต่อวันอยู่กับอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลก (รวมทุกอุปกรณ์) โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 9 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน และถ้าวัดเฉพาะการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนสมาร์ทโฟน “ไทย” ยังคงเป็นประเทศที่ใช้เวลาท่องเน็ตต่อวันมากที่สุดในโลกเช่นกัน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 4 ชั่วโมง 56 นาที และนอกจากนี้คนไทยยังใช้เวลาในการเล่น Social Media โดยเฉลี่ย 3 ชั่วโมง 10 นาทีต่อวัน และใช้เวลาไปกับการดูทีวี (Broadcast, Streaming, Video On Demand) ไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง 3 นาทีต่อวัน
ในสังคมก้มหน้าแบบนี้ สมรภูมิการเมืองที่ระอุและร้อนแรงที่สุดไม่ได้อยู่ไกล หากแต่อยู่ใกล้ๆ ที่ปลายนิ้วในมือของคนไทยทุกคนนี่เอง

///

อ้างอิง
https://www.brandbuffet.in.th/2018/02/global-and-thailand-digital-report-2018/

Author


ชนิกานต์ กาญจนสาลี