2 โลกคู่ขนานการเมืองไทย จับตาบิ๊กป๊อมนั่งประธานหัวโต๊ะเลือกส.ว.

โดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี

เมื่อ 17th March 2019

513

2 โลกคู่ขนานการเมืองไทย จับตาบิ๊กป๊อมนั่งประธานหัวโต๊ะเลือกส.ว.


ด้วยอำนาจหน้าที่ของวุฒิสภา(ส.ว.) 250 คน ในกลไกเฉพาะแห่งรัฐธรรมนูญ 2560 นั้นถือได้ว่ามีอำนาจสูงและมีบทบาทถึงขึ้นสามารถโหวตเลือก “นายกรัฐมนตรีได้ ” อันเกิดขึ้นจากข้อกฎหมายในบทเฉพาะกาล มาตรา 269 แห่งรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ ส.ว.มีอายุการทำงาน 5 ปี ซึ่งจะเท่ากับหากสภาอยู่ครบเทอม4 ปี แล้วหากมีการเลือกตั้งใหม่อีกครั้ง ส.ว.ชุดนี้จะสามารถโหวตเห็นชอบนายกฯ ได้ถึง 2 ครั้ง อีกทั้งเงื่อนไขที่มาของส.ว.ที่แตกต่างและมีที่มาอย่างสลับซับซ้อน ประชาชนจึงให้ความสนใจ “บุคคล” ที่จะได้รับเลือกมาเป็นส.ว.มากเป็นพิเศษ


ที่สำคัญเรากำลังมีโลกคู่ขนานระหว่างการเลือกตั้งส.ส.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 มีนาคม 2562 นี้ ด้วยการที่เรากำลังมีโลกของการสรรหาบุคคลเข้ารับการเป็นส.ว.อีก 250 คนอยู่ในเวลาเดียวกัน (6 ใน 250 คนจะเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง คือผู้นำเหล่าทัพ-ผบ.ตร. ส่วนส.ว.อีก 50 คน กำลังมาจากชื่อที่กกต.ส่งไปให้คสช. ซึ่งเป็นชื่อที่ กกต.ได้ดําเนินการจัดให้มีการเลือกส.ว.ที่เป็นการสมัครของบุคคลตามกลุ่มวิชาชีพต่างๆ ตั้งแต่ระดับอำเภอ-จังหวัด จนมาถึงส่วนกลางที่ได้เลือกกันจนเหลือ 200 คน โดยขณะนี้ คสช.ต้องเลือกจาก 200 คน ให้เหลือไม่เกิน 50 คน )


ทั้งหมดนี้เป็นการทำงานที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ ไม่ค่อยตกเป็นข่าวมากนัก เพราะกระบวนการต่างๆ ยังไม่เป็นที่เปิดเผยต่อสาธารณะชน

อย่าลืมว่า...ไทม์ไลน์สำคัญที่ต้องเร่งทำคือการคลอด ส.ว.ชุดใหม่ต้องเดินควบคู่ไปกับวันเลือกตั้งและการรับรองผลเลือกตั้ง ส.ส. ที่สรุปสุดท้ายก็คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องนำรายชื่อส.ว. ขึ้นทูลเกล้าฯถวายภายในไม่เกินสามวันนับจากวันประกาศผลรับรองการเลือกตั้ง ส.ส.

สิ่งที่สังคมให้ความสนใจคือคณะกรรมการพิจารณาสรรหาบุคคลมาเป็น ส.ว. ซึ่งมีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานสรรหา กระบวนการขั้นตอนนี้ มีตัวแปรสำคัญ2 ข้อ คือความเชื่อมั่น ในตัวประธานการสรรหาฯ และความเชื่อมั่นของกรรมการสรรหาตาม รธน. ที่ให้มีจำนวน 9-12 คน ซึ่งยังไม่รวมกรรมการชื่ออื่นๆ ทาง คสช.เลือกขึ้นมา ซึ่งยังรอการเปิดเผยรายชื่ออย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนของการคัดสรรและเลือก ส.ว.ที่จะมาจากชื่อที่คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา ที่มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธานนี้ จะมีการคัดเลือกบุคคลจนได้ชื่อรวมไม่เกิน 400 คน ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหาฯ กำหนด แล้วนํารายชื่อเสนอต่อ คสช. เพื่อเลือกให้เหลือ คน 194 ชื่อและทำชื่อในบัญชีสำรองอีก 50 คน รวมเป็น ส.ว.ชุดใหม่ทั้งสิ้น 250 ชื่อ เท่ากับจะมีชื่อในบัญชีสำรองรวมทั้งสิ้น 100 ชื่อ

คำมั่นของพล.อ.ประวิตร ย้ำชัดกับสังคมว่า ในสัดส่วนของกรรมการสรรหาส.ว.จะไม่มีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่างๆ ไม่มีรายชื่อทหารในราชการ หรือที่กำลังจะเกษียณอายุ ดังนั้นจึงไม่มีผลต่อการจัดทำโผทหารใดๆ


ความเชื่อมั่น กับ ความโปร่งใส มักจะมาควบคู่กันในสังคมไทย

ใน 2 โลกคู่ขนานนี้ระหว่างอำนาจและการยอมรับ มีเงื่อนไขว่า แม้บุคคลนั้นจะมีอำนาจเพียงใด ก็ยังต้องการความสง่างาม ยอมรับและฉันทามติจากสภามหาประชาชนในท้ายที่สุดอยู่ดี


อ้างอิง
https://bit.ly/2tLovGq
https://www.thaipost.net/main/detail/30030

ผู้เขียน


ชนิกานต์ กาญจนสาลี