ฝ่าโจทย์หินจัดตั้งรัฐบาล กับด่านอรหันต์ มาตรา 272

โดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี

เมื่อ 27th March 2019

574

ช่วงนี้หลายคนได้ยินสูตรจัดตั้งรัฐบาล มากมายหลายสูตร สูตรใด จะเป็นไปได้แค่ไหนยังต้องรอลุ้น

แต่ที่แน่ๆมาตรากฎหมายในรัฐธรรมนูญว่าด้วยความเกี่ยวเนื่องในเงื่อนไขการตั้งรัฐบาลในมาตรา 272 หลักก็ควรนำมาขยายความตามตัวบทกันให้ชัด

บทความนี้จะช่วยคุณให้ไม่ต้องหา "เครื่องคิดเลข" มาทำความเข้าใจ บวกลบตัวเลขกันให้ยุ่งยาก

รัฐธรรมนูญ 2560 ระบุให้ ส.ส มี 500 คน และ ส.ว. มี 250 คน รวมกันจะมีทั้งสิ้น 750 เสียง ความตามมาตรา 88 ได้ระบุไว้ว่า ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแจ้งรายชื่อบุคคลซึ่งพรรคการเมืองนั้นมีมติว่าจะเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เกินสามรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนปิดการรับสมัครรับเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรายชื่อบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบ และให้นําความในมาตรา 87 วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม แต่เงื่อนไขการจัดตั้งรัฐบาล หรือ การจะรวมเสียงตั้งนายกฯได้หรือไม่นั้น มีตัวแปรสำคัญอยู่ที่ มาตรา 272 กำหนดว่า "นายกรัฐมนตรีต้องได้เสียงการโหวต จาก2 สภา (ส.ว. และ ส.ส.) ไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่ง (ซึ่งก็คือ 376 เสียงขึ้นไป)

เห็นได้อย่างชัดเจนว่าหน้าตักของพลังประชารัฐได้เปรียบอย่างชัดเจน เพราะค่อนข้างแน่นอนว่า เสียงส.ว. 250 คนที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้งและคัดสรร จะเลือกสนับสนุนขั้ว ข้างใด ให้เป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อไล่เรียงกฎหมายกันชัดๆ ตามมาตรา 272 ระบุว่า ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้ดําเนินการตามมาตรา 159 เว้นแต่การพิจารณาให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้กระทําในที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และมติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาในระหว่างเวลาตามวรรคหนึ่ง

หากมีกรณีที่ไม่อาจแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ไม่ว่าด้วยเหตุใด และสมาชิกของทั้งสองสภารวมกันจํานวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาเข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาขอให้รัฐสภามีมติยกเว้นเพื่อไม่ต้องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 ในกรณีเช่นนั้น ให้ประธานรัฐสภาจัดให้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภาโดยพลันและในกรณีที่รัฐสภามีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภาให้ยกเว้นได้ ให้ดําเนินการตามวรรคหนึ่งต่อไป โดยจะเสนอชื่อผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 หรือไม่ก็ได้

สำหรับการชูประเด็นเรื่อง “ปิดสวิตซ์ 250 ส.ว.” ของพรรคอนาคตใหม่นั้น ถือได้ว่า เหนื่อย หนัก และน่าจับตาในเวลาเดียวกัน เป็นโจทย์หินของขั้วการเมืองฝั่งเพื่อไทยและพันธมิตร เพราะในขณะที่พรรคการเมืองขั้วอำนาจเก่าต้องการเพียง 126 เสียง เพื่อรวมกับเสียงส.ว.อีก 250 เสียงก็จะได้คะแนนสนับสนุนเท่ากับที่มาตรา 272 ระบุไว้ แล้ว

ผู้เขียน


ชนิกานต์ กาญจนสาลี