สภาวะลุ้นรายวันสูตรนับคะแนนส.ส.ของกกต.ข้อสอบที่ยังไม่มีคำเฉลย

โดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี

เมื่อ 30th April 2019

986

ทันทีที่ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องของกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.ที่)กรณีขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยว่า กกต.จะคำนวณ ส.ส.บัญชีราชชื่อตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 อย่างไรนั้น

ความตามข้อพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญนับว่าน่าสนใจยิ่ง และควรอย่างยิ่งที่กกต.จะต้องยึดถือและปฏิบัติตาม

โดยศาลรัฐธรรมนูญเผยแพร่ผลการพิจารณาคำรองเมื่อวันที่ 24 เม.ย.62ว่า ...คำร้องที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าผู้ร้องจะคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128 ได้หรือไม่ และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 7 ต่อ 2 ว่า กรณีดังกล่าว เป็นหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ส.ส. มาตรา 128 ซึ่งต้องกระทำหลังจากมีการประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตแล้ว และข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ใช้หน้าที่และอำนาจตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายบัญญัติ กรณีจึงถือว่ายังไม่ได้ว่ามีปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่และอำนาจของผู้ร้องเกิดขึ้นแล้ว คำร้องจึงไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้

หลังจากนั้น ในวันที่ 25 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. แถลงว่าจากนี้ กกต. จะคำนวณจำนวน ส.ส. ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 128 หรือวิธีการคำนวณอื่น ๆ อย่างรอบคอบ เพื่อให้ได้จำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดไว้

ย้ำกันอีกครั้ง สำหรับรายละเอียดในการหา ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ. 2561 มาตรา 128 ระบุใจความว่า

(1) นำจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั้งประเทศ ไม่รวมบัตรเสีย ไม่รวมบัตรที่ไม่ประสงค์เลือกผู้ใด เป็นตัวตั้ง หารด้วยจำนวน ส.ส. ทั้งหมด คือ 500 จะได้ผลลัพธ์เป็นตัวเลขชุดหนึ่ง ที่อนุมานว่า เป็นค่าเฉลี่ยของจำนวนประชากรต่อ ส.ส. 1 ที่นั่ง

(2) เมื่อจะหาจำนวน ส.ส. ของพรรคการเมืองใด ก็นำคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองนั้นได้จากการเลือกตั้งในระบบแบ่งเขตมาเป็นตัวตั้ง แล้วนำตัวเลขที่ได้จากข้อ (1) ไปหาร ผลลัพธ์จะเป็นจำนวน ส.ส. ที่พรรคการเมืองนั้นควรจะมีได้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ หรือที่เรียกกันว่า จำนวน ส.ส. พึงมี

(3) นำจำนวน ส.ส. ที่พรรคการเมืองนั้นควรจะมีได้ จากข้อ (2) มาเป็นตัวตั้ง ลบด้วยจำนวน ส.ส.แบบแบ่งเขต ทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้มาแล้ว ผลลัพธ์คือ จำนวน ส.ส. จากระบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ

(4) หากผลลัพธ์ที่ได้จากข้อ (3) เป็นเศษทศนิยม ยังไม่นำเศษทศนิยมมาใช้ ยังไม่ปัดเศษขึ้นและปัดเศษลง ให้เอาเฉพาะจำนวนเต็มมาใช้จัดสรรจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้แต่ละพรรคก่อน หากรวมแล้วยังได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไม่ครบ 150 คน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษทศนิยมเหลือมากที่สุด ได้รับ ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพิ่มอีก 1 คน ตามลำดับจนครบ 150 คน

(5) ถ้าเศษของทศนิยมเท่ากัน ให้เอาคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองนั้นได้เป็นตัวตั้ง หารด้วย "จำนวน ส.ส. พึงมี" ของพรรคนั้น หากพรรคใดได้ผลลัพธ์เยอะกว่า ก็ให้จัดสรร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ให้พรรคนั้น

(6) หากคำนวณตามสูตรนี้แล้ว ปรากฏว่า พรรคการเมืองทั้งหมดได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ รวมแล้วมากกว่า 150 คน ให้คำนวณปรับจำนวนใหม่ให้เหลือ 150 คน พอดี โดยการนำจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรค คูณด้วย 150 และหารด้วย จำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้งหมดที่คำนวณได้ ผลที่ได้ก็จะเป็นจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคนั้น ๆ ได้รับ หากมีเศษทศนิยม ให้ใช้วิธีการตามข้อ (4)

ต่อมา ในวันที่ 26 เม.ย. นาติชาย ณ เชียงใหม่ อดีตคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะผู้ร่างรัฐธรรมนูญชวนอลเวงนี้ก็เปิดเผยว่า ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่รับคำร้อง กกต. จึงเป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องไปดำเนินการเองตามหน้าที่ในมาตรา 128 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. โดยอาจจะมีการเกลี่ยที่นั่งให้พรรคที่มี ส.ส. พึงมีต่ำกว่า 1 ที่นั่ง ก็จะมี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ไม่ถึง 150 คน แต่หากไม่ครบ 150 คน กกต.ก็อาจจะต้องทำหน้าที่จัดการเกลี่ยให้พรรคอื่นๆ ได้ก็แล้วแต่กกต. แต่ห้ามขัดรัฐธรรมนูญเด็ดขาด โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญมาตรา 91 (4) ที่ระบุว่า ห้ามมีพรรคการเมืองใด มี ส.ส.ในสภา เกินจำนวน ส.ส.พึงมี ยกเว้น กรณีที่พรรคการเมืองนั้น ได้ ส.ส.เขต มากกว่า ส.ส. พึงมี

... "สูตรคำนวนของ กรธ.คืออะไร ผมบอกได้เลยว่า สูตร กรธ.มีสูตรเดียวคือ ทำตามมาตรา 128 ของ พ.ร.ป.ส.ส. ดังนั้น กกต.จะทำอะไรขัดจากกฎหมายไม่ได้ หาก กกต.จัดสรรแล้วลงตัวก็จบเรื่อง แต่ถ้าจัดสรรแล้วยังเหลือคะแนน เราก็ต้องมีพรรคเล็กที่ควรจะได้ ส.ส.พึงมีว่ามีพรรคใดบ้าง"... นายชาติชายกล่าวย้ำ

ดูเหมือนว่า ครบ 1 เดือน ประเทศไทย หลังผ่านการเลือกตั้ง เรายังไม่สามารถข้ามพ้นด่านแรกของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้ ตราบเท่าที่สูตรการนับคะแนน ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้และยังต้องลุ้นรายวันสำหรับข้อถกประเด็นทางกฎหมายของผู้เห็นด้วยและเห็นต่างกับ กกต.

การเมืองไทยจึงอยู่ในสภาวะห้องเย็นทางการเมือง...อีกครั้งหนึ่ง



อ้างอิง
https://www.prachachat.net/politics/news-319840
https://hilight.kapook.com/view/187193

ผู้เขียน


ชนิกานต์ กาญจนสาลี