ระวัง !! เดดไลน์ 9 พ.ค.ประกาศผลเลือกตั้ง สะเทือนตีความเลือกตั้งโมฆะ ???

โดย ชนิกานต์ กาญจนสาลี

เมื่อ 1st May 2019

315

ร้อนแรงขึ้นมาอีกครั้ง กับการเมืองวังวนว่าด้วยการตีความทางกฎหมายที่ยังไม่จบสิ้น !!! เพียง 2 วันให้หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้องของ กกต. เรื่องอำนาจการพิจารณาสูตรการคำนวณ ส.ส.

26 เมษายน ผู้ตรวจการแผ่นดินก็เปิดประเด็นใหม่ แถลงผลการพิจารณาว่าด้วยเรื่องร้องเรียนกรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 18 เมษายน และวันที่ 22 เมษายน 2562 และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้ยื่นหนังสือร้องเรียนเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2562 ขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาเสนอเรื่องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พ.ศ.2561 มาตรา 128 มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 91 และมาตรา 91(4) มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 91 วรรคสาม และมาตรา 91(4) มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 83(2) หรือไม่

แม้จะมีการเสนอให้ผู้ตรวจการยื่นในหลายมาตรา แต่ที่สุดแล้ว ผู้ตรวจการฯมีถ้อยแถลงที่ตัดสินใจยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ ความตามปรากฏดังนี้

. ...บทบัญญัติตามมาตรา 128 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.พ.ศ.2561 จึงมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ดังที่ผู้ร้องเรียนทั้งสองกล่าวอ้าง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 23(1) แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ.2560 ให้เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นดังกล่าวต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยต่อไป โดยสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะแจ้งไปยังผู้ร้องและส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาโดยเร็วภายในวันนี้ อย่างช้าสุดคือช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายน....

สำหรับความตามมาตรา 91 แห่งรัฐธรรมนูญ มีดังนี้

มาตรา 91 การคํานวณหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมือง ให้ดําเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(1) นําคะแนนรวมทั้งประเทศที่พรรคการเมืองทุกพรรคที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งหารด้วยห้าร้อยอันเป็นจํานวนสมาชิกทั้งหมดของสภาผู้แทนราษฎร

(2) นําผลลัพธ์ตาม (1) ไปหารจํานวนคะแนนรวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรค ที่ได้รับจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทุกเขต จํานวนที่ได้รับให้ถือเป็นจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้

(3) นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (2) ลบด้วยจํานวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งหมดที่พรรคการเมืองนั้นได้รับเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้ง ผลลัพธ์คือจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้นจะได้รับ

(4) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับหรือสูงกว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (2) ให้พรรคการเมืองนั้นมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามจํานวนที่ได้รับจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และให้นําจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่พรรคการเมืองที่มีจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งต่ํากว่าจํานวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมืองนั้นจะพึงมีได้ตาม (1) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินจํานวนที่จะพึงมีได้ตาม (2)

(5) เมื่อได้จํานวนผู้ได้รับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งตามลําดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดตายภายหลังวันปิดรับสมัครรับเลือกตั้งแต่ก่อนเวลาปิดการลงคะแนน ในวันเลือกตั้ง ให้นําคะแนนที่มีผู้ลงคะแนนให้มาคํานวณตาม (1) และ (2) ด้วยการนับคะแนน หลักเกณฑ์และวิธีการคํานวณ การคิดอัตราส่วน และการประกาศผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

โดยคำแถลงยังระบุด้วยว่า ความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีผูกพันกับองค์กรอื่น แต่ กกต.อาจใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา หรือจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นอิสระ โดยผู้ตรวจฯไม่ต้องทำหนังสือเสนอแนะไปยัง กกต. ส่วนการพิจารณาของศาลจะมีผลอาจทำให้ กกต.ไม่สามารถประกาศรับรองผลการเลือกตั้งได้ทันวันที่ 9 พฤษภาคมหรือไม่นั้น ไม่ทราบ เพราะผู้ตรวจฯจะพิจารณาเฉพาะว่าองค์กรมีหน้าที่ต้องปฏิบัติอย่างไร

ปมปัญหาน่าจับตาอยู่ที่เงื่อนเวลา เมื่อต้องต้องไปร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเช่นนี้ และในช่วงเวลาที่เรายังรอผลว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับคำร้องหรือไม่ หากศาลไม่รับคำร้อง กกต. ก็ต้องตัดสินใจเองเช่นเดิมอยู่ดี แต่หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง และกกต. รอให้ศาลวินิจฉัยเสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจึงประกาศรับรองผลการเลือกตั้งส.ส. สิ่งที่รออยู่ข้างหน้า คือ วิธีการนี้ทำให้การรับรองผลการเลือกตั้งไม่ทันวันที่ 9 พฤษภาคม อย่างแน่นอน!!!

แต่ถ้าปลอบใจกันต่อก็อาจทันภายในวันที่ 24 พฤษภาคม ซึ่งยังอยู่ในเงื่อนเวลาแห่งกรอบรัฐธรรมนูญ

คำถามสำคัญปลายทางคือ อนาคตจะมีข้อถกเถียงกันอีกหรือไม่ ในเรื่องวันที่กำหนดตามรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการประกาศผลการเลือกตั้ง ดังที่เคยตีความแย้งกันไปมาก่อนหน้านี้ และจะมีผลของการยื่นเรื่องให้ตีความว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะได้หรือไม่ ???

ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครรู้ แต่ที่แน่ๆ ล้วนแล้วแต่เป็นข้อน่ากังวลในใจคนไทยหลายคน...ในห้วงเวลานี้



อ้างอิง
https://mgronline.com/daily/detail/9620000040200
https://mgronline.com/daily/detail/9620000040200




ผู้เขียน


ชนิกานต์ กาญจนสาลี